สมาชิกโครงการศิลปาชีพ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก น้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานงานศิลปาชีพ จากยอดดอยให้คงอยู่สืบไป
วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ โครงการศิลปาชีพ ในพื้นที่อำเภอพบพระ ตามพระราชดำริ จังหวัดตาก พันโท เอกวิทย์ บุญทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการโครงการศิลปาชีพในพื้นที่โครงการจัดที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินคีรีราษฏร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวว่า เมื่อปี 2536 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎร ในพื้นที่และมีพระราชดำริที่จะส่งเสริมงานศิลปาชีพเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีรายได้ โดยให้จัดตั้งกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และกลุ่มทอผ้าขึ้น พร้อมทั้งได้พระราชทานเงินให้ก่อสร้างอาคารโรงทอผ้าบ้านรวมไทยพัฒนาที่ 7 เพื่อให้ราษฎรได้พัฒนาทักษะ และให้หน่วยงานราชการเข้ามาส่งเสริมให้กับสมาชิกในโครงการ โดยพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามงานในพื้นที่เป็นประจำทุกปี ระหว่างปี 2536 ถึง ปี 2543 รวม 8 ครั้ง
โดยนายจรูญ ไฝ่สัมฤทธ์ ประธานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวว่า ได้เข้าร่วมกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตั้งแต่ปี 2537 มีความภาคภูมิใจที่ได้รับพระราชทานเงินขวัญถุง จำนวน 5,000 บาท ในช่วงเริ่มต้นโครงการฯ พร้อมถ่ายทอดพระราชเสาวนีย์ซึ่งได้กล่าวกับตนเองเมื่อครั้งที่ได้เข้าเฝ้าฯว่า “…ให้อนุรักษ์ไหมไว้ อย่าทอดทิ้ง ให้สืบทอดไปเรื่อย ๆ อาชีพนี้สามารถเลี้ยงชีพได้...” โดยตนเองจะได้น้อมนำพระราชเสาวนีย์ของพระองค์มาปฏิบัติ โดยจะสาวเส้นไหมส่งให้โครงการฯของพระองค์ท่านจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ นายจรูญ กล่าวด้วยว่า ได้อยู่ดีกินดีทุกวันนี้เพราะโครงการฯของพระองค์ท่าน หาที่เปรียบไม่ได้แล้วในโลกนี้ หากมีโอกาสจะเข้าไปกราบพระบรมศพของพระองค์ท่านสักครั้งในชีวิต
ด้านนางสมัย เงินผาสุก กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวว่า มีความภาคภูมิใจที่ได้สนองงานของพระองค์ท่านโดยการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และส่งเส้นไหมให้กับโครงการฯ พร้อมยืนยันว่าจะสืบสานงานนี้ต่อไปเพื่อน้อมฯถวายให้พระองค์ท่าน ตราบจนชีวิตจะหาไม่
ขณะที่นางหม่อ แซ่ว่าง หัวหน้ากลุ่มสมาชิกศิลปาชีพ กลุ่มผ้าปักชาวเขา(เผ่าม้ง)และหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มทอผ้าใยกัญชง บ้านใหม่ยอดคีรี (บ้านรวมไทยพัฒนาที่ 13)หมู่ที่ 10 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กล่าวว่า กลุ่มได้ดำเนินงานมากว่า 30 ปี ซึ่งตนเองดีใจและภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิต ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด ได้ถวายผ้าปักใยกัญชง โดยพระองค์ท่านได้ตรัสกับตนเองว่าให้ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ผ้าทอใยกัญชงสูญหายไป นางหม่อกล่าวต่อว่า เราเป็นลูกของพระองค์ท่านและยืนยันว่าจะสืบสานงานทอผ้า และปักผ้าฝ้าย ผ้าใยกัญชง ต่อไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ...//
ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก